ถอดรหัส DNA ปรัชญาการบริหาร “ดร.ประสาร ไตรรัตนวรกุล” คัมภีร์ผู้นำที่แบงก์ชาติต้องจารึก
หากเปรียบเศรษฐกิจไทยเป็นเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ กัปตันที่คอยถือหางเสือในช่วงปี 2553-2558 อย่าง ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล คงต้องรับบทหนักที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ เพราะช่วงเวลา 5 ปีนั้น ประเทศไทยต้องเผชิญ “Perfect Storm” ทั้งมหาอุทกภัยปี 54, วิกฤตการเมืองในประเทศที่ร้อนระอุและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
แต่ภายใต้บุคลิกที่นิ่งสงบ ดร.ประสาร ได้ฝาก “มรดกทางความคิด” และ “ศิลปะการบริหาร” ไว้ในรั้วบางขุนพรหมอย่างมากมาย วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกองค์ความรู้ฉบับสมบูรณ์ (The Comprehensive Guide) สู่หลักคิดที่นำไปใช้ได้จริงในทุกองค์กร
เข็มทิศนำทาง – จาก “ยืนตรง” สู่ “ยื่นมือ” 🧭
คนทำงานแบงก์ชาติยึดถือค่านิยม “ยืนตรง มองไกล ติดดิน” มาช้านาน แต่ในยุคของ ดร.ประสาร ท่านได้เติมเต็มจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเข้าไป นั่นคือ “ยื่นมือ”
ทำไมต้อง “ยื่นมือ”? (Reach Out)
ในอดีต ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มักถูกมองว่าเป็นองค์กรหอคอยงาช้าง ที่เก่งแต่คุยไม่รู้เรื่อง ดร.ประสาร มองว่ายุคสมัยเปลี่ยนไป ลำพังความเก่ง (Competency) อย่างเดียวไม่พอ ต้องมี “พันธมิตร” ด้วย
การสร้าง Network: การยื่นมือไม่ใช่การอ่อนข้อ แต่คือการสร้างความเข้าใจกับ Stakeholders ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อให้เมื่อถึงเวลาต้อง “ออกยาแรง” สังคมจะเข้าใจและยอมรับ
สมดุลของ “ความเป็นอิสระ”: ท่านนิยามคำว่า Central Bank Independence ใหม่ว่า “เป็นอิสระแต่ไม่เป็นเอกเทศ” คือเราต้องมีความเป็นตัวของตัวเองในการตัดสินใจ (เพื่อรักษาเสถียรภาพ) แต่ต้องทำงานสอดประสานกับนโยบายประเทศ ไม่ใช่ขวางโลกจนเดินหน้าไม่ได้
ศิลปะการบริหารวิกฤต (Crisis Management) 🌊🔥
ช่วงเวลา 5 ปี ท่านเจอวิกฤตระดับชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่า บทเรียนการจัดการวิกฤตของท่านจึงล้ำค่ามาก:
- วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปี 54: การตัดสินใจบนความไม่รู้
เมื่อน้ำล้อมกรุงเทพฯ สิ่งที่ ดร.ประสาร กังวลที่สุดไม่ใช่ตัวเลข GDP แต่คือ “ความตื่นตระหนก” (Panic) ของประชาชน
เงินสดคือพระเจ้า: ในยามวิกฤต ระบบอิเล็กทรอนิกส์อาจล่ม ประชาชนต้องการ “เงินสด” เพื่อความอุ่นใจ ท่านสั่งการให้สายส่งเงินทำงานเชิงรุก อัดฉีดเงินสดเข้าสู่ระบบให้เพียงพอ เพื่อส่งสัญญาณทางจิตวิทยาว่า “ระบบการเงินยังมั่นคง”
Business Continuity Plan (BCP): สิ่งที่ท่านเน้นย้ำคือ “การซ้อมที่เหมือนจริง” แบงก์ชาติมีการย้ายศูนย์ปฏิบัติการสำรองไปที่พัทยาและเขาใหญ่ได้ทันที ทำให้ระบบการโอนเงินระหว่างธนาคาร (BAHTNET) ไม่สะดุดแม้แต่วินาทีเดียว
- วิกฤตหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF): เดิมพันด้วยวินัยการคลัง
นี่คือ “เผือกร้อน” ที่สุดในวาระของท่าน เมื่อรัฐบาลต้องการโอนหนี้มหาศาลมาให้ ธปท. ดูแล
หลักคิด: ท่านยืนกรานหัวชนฝาว่า “ห้ามพิมพ์แบงก์กงเต็กใช้หนี้” (Monetization) เด็ดขาด เพราะจะทำลายความน่าเชื่อถือของเงินบาท
ทางออก (Solution): แทนที่จะปะทะรุนแรง ท่านเลือกใช้ “ข้อมูล” และ “ทางเลือก” โดยเสนอโมเดลการเก็บเงินนำส่งจากสถาบันการเงินและเงินปันผลบางส่วนมาชำระหนี้ เป็นทางออกที่ “เจ็บแต่จบ” และทุกฝ่ายยอมรับได้ โดยไม่เสียหลักการ
———————————————————————————-———————————————————————————-
“นิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว” – บุคลิกผู้นำในภาวะกดดัน 🧘♂️
ดร.ประสาร ขึ้นชื่อเรื่องความ “นิ่ง” จนหลายคนเกรงใจ เบื้องหลังความนิ่งนี้ประกอบด้วย:
- สติและการฟัง (Mindfulness & Listening)
ท่านไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่เป็นคน “ฟังเยอะ” การฟังช่วยให้ได้ข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจ ท่านมักจะถามลูกน้องเสมอว่า “คุณคิดว่ายังไง?” หรือ “มีมุมมองอื่นอีกไหม?” เพื่อเช็คความรอบคอบ
การควบคุมอารมณ์ (EQ): แม้จะถูกกดดันจากฝ่ายการเมือง หรือถูกวิจารณ์ผ่านสื่อ ท่านไม่เคยตอบโต้ด้วยอารมณ์ แต่จะชี้แจงด้วย “ข้อเท็จจริง” (Facts) เสมอ ทำให้สถานการณ์ที่ร้อนระอุเย็นลงได้
- ความกล้าหาญทางจริยธรรม (Moral Courage)
กล้าที่จะ Say No: การเป็นผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ต้องกล้าปฏิเสธผู้มีอำนาจ หากคำขอนั้นขัดต่อวินัยการเงินการคลัง แต่เทคนิคของท่านคือ “ปฏิเสธด้วยความนุ่มนวลแต่หนักแน่นในหลักการ”
เกราะป้องกันตัว: ท่านกล่าวเสมอว่า “เกราะคุ้มกันที่ดีที่สุดของผู้ว่าฯ ไม่ใช่กฎหมาย แต่คือ ‘ศรัทธาของสาธารณชน'” ถ้าทำสิ่งที่ถูกต้อง ประชาชนจะเป็นเกราะให้เราเอง
การสื่อสารชั้นครู – เรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย 🗣️
เศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องเข้าใจยาก แต่ ดร.ประสาร มีพรสวรรค์ในการใช้ Metaphor (อุปมาอุปไมย)
ทีมฟุตบอล: เปรียบเทียบ นโยบายการเงิน กับ นโยบายการคลัง ว่าต้องเล่นเป็นทีมเดียวกัน แต่มีหน้าที่ต่างกัน กองหน้า (คลัง) อยากทำประตูก็ทำไป แต่กองหลัง (การเงิน) ต้องคอยระวังไม่ให้เสียประตู
คนป่วย: เปรียบเศรษฐกิจไทยเหมือนคนป่วย 3 โรคซ้อน (ไข้หวัดใหญ่+ข้อเข่าเสื่อม+โรคซึมเศร้า) เพื่ออธิบายว่าทำไมการ “อัดยาแรง” (ลดดอกเบี้ย) อย่างเดียวถึงรักษาไม่หาย ต้องผ่าตัดโครงสร้างด้วย
เทคนิคสื่อสารภายใน: ท่านเปลี่ยนรูปแบบการประชุมจากการรายงานแห้งๆ เป็นการ “ถกเถียงเชิงสร้างสรรค์” ท่านอนุญาตให้คนเห็นต่างได้เต็มที่ในห้องประชุม แต่เมื่อเคาะโต๊ะสรุปแล้ว ทุกคนต้องเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
———————————————————————————-———————————————————————————-
การบริหารคน – สร้างคนเก่งให้เป็นคนดี 🤝❤️
ส่วนที่ท่านให้ความสำคัญไม่แพ้เนื้องานคือ “คน”
- การสลาย Silo (Silo Breaking)
ธปท. รวมศูนย์คนเก่ง (Technocrat) ไว้เยอะ มักมีอีโก้และทำงานแยกส่วน ท่านจึงริเริ่มวัฒนธรรมการทำงานข้ามสายงาน (Cross-functional) เพื่อให้มองเห็นภาพใหญ่ (Big Picture) ร่วมกัน
- หลักการบริหารคนแบบ “ครองใจ”
ให้เกียรติ: ท่านให้เกียรติผู้ร่วมงานทุกระดับ จำชื่อแม่บ้านหรือ รปภ. ได้ ทำให้ได้ใจคนทั้งองค์กร
Buy-in สำคัญกว่า Order: ท่านเชื่อว่าการสั่งการ (Command) ให้ผลลัพธ์แค่ระยะสั้น แต่การทำให้ลูกน้องเชื่อและอินไปกับเป้าหมาย (Buy-in) จะเกิดพลังมหาศาล
ความเป็นธรรม: การแต่งตั้งโยกย้ายต้องอธิบายได้ด้วยเหตุผล ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์ ซึ่งเป็นรากฐานที่ทำให้คนเก่งยังอยากทำงานให้องค์กร
มรดกทางความคิดเพื่อผู้นำรุ่นต่อไป 🚀
การถอดรหัส ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ไม่ใช่แค่เรื่องราวของอดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ แต่คือ “ตำรา Leadership ภาคปฏิบัติ”
ท่านสอนให้เรารู้ว่า ผู้นำที่ดีไม่ต้องเสียงดัง แต่ต้อง “ฟังให้เป็น” ไม่ต้องก้าวร้าว แต่ต้อง “กล้าหาญในสิ่งที่ถูก” และที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน ต้องไม่ลืมที่จะ “ยื่นมือ” ผูกมิตร และ “ติดดิน” อยู่เสมอ
นี่คือบทเรียนล้ำค่าที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำไปปรับใช้ในโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวน
Reference : ถอดความและเรียบเรียงจากหนังสือ “ถอดรหัสปรัชญา & องค์ความรู้ของ ผู้ว่าการ ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” โดย สถาบันพัฒนาบุคลากร (สพบ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย
เครดิตภาพ : https://www.salika.co/2021/11/26/dr-prasarn-solution-for-education-gap-problem-thailand/